ประวัติ
เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟูจี ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาฟูจิได้ชื่อว่า
เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟูจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
ภูเขาฟูจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ
ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย
ภูเขาฟูจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่น
ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟูจิ
ภูเขาไฟฟูจิยามาเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ที่มีความงามจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก และกลายเป็นสัญลักษณ์ ประจำชาติของ
ญี่ปุ่นอีกอย่างหนึ่ง ภูเขานี้อยู่ห่างจากกรุงโตเกียว 70 ไมล์ ยอดสูง 12,385 ฟุต มีปล่องภูเขาไฟ ที่ดับแล้ว วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้
ประมาณ 2,000 ฟุต มีลักษณะเป็นรูปฝาชีครอบ ฐานข้างล่างแผ่กว้างออก วัดโดยรอบได้ประมาณ 100 กิโลเมตร มีหิมะขาวโพลน
ปกคลุมอยู่ตลอดปี บริเวณโดยรอบภูเขาไฟฟูจิยามา มีสวนสาธารณะ มีสถานที่ว่ายน้ำ อาบน้ำ มีทะเลสาบกว้างใหญ่
และทัศนียภาพที่งดงาม ชาวญี่ปุ่นทุกคนต้องดินทางมาเที่ยวที่ ภุเขาไฟนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่อยู่บนยอดเขา
การที่ปีนภูเขาไฟฟูจิในตอนกลางคืน เพราะ เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วเราก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นพอดี ซึ่งสวยงามมาก
ส่วนมากแล้วชาวญี่ปุ่นจะใช้เวลา ประมาณ 2 วันในการปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งระหว่างทางก็จะมีที่พัก ให้สำหรับนักปีนเขาอยู่ตลอดทาง
ข้างบนยอดเขาฟูจินั้นยังมีโทรศัพท์และตู้ไปรษณีย์สำหรับผู้ที่สนใจจะปีนก็ สามารถซื้อไม้ที่เชิงเบา เพื่อที่จะเอาไว้ทำเครื่องหมาย
ในแต่ละจุดที่เดินผ่าน

ประวัติของเมืองโอซาก้า
เมืองท่า Naniwazu เป็นเมืองท่าที่มีมาก่อนเมืองท่าในยุคสมัยใหม่นั่นก็คือเมืองท่า Osaka เมืองท่าโอซาก้าได้กลายมา
เป็นทางเข้าสู่ญี่ปุ่นยุคโบราณ สำหรับผู้มาเยี่ยมเยือนจากเกาหลี จีน และจากทวีปเอเชีย ผู้มาเยี่ยมเยือนเหล่านี้ได้นำมาซึ่งความรู้
วัตถุต่างๆที่แสดงถึงวัฒณธรรมที่ล้ำหน้า และเทคโนโลยีต่างๆเกี่ยวกับ เซรามิค การตีเหล็ก การก่อสร้าง และวิศวกรรม
นอกจากนี้ยังนำมาซึ่งศาสนาใหม่ของพวกเขาอันได้แก่ ศาสนาพุทธ ซึ่งได้เริ่มแพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็วในประเทศต่างๆ
ในขณะที่ศาสนาพุทธแพร่หลายออกไป เจ้าชาย Shotoku ได้ทำการสร้างวัด Shitennoji ขึ้นในโอซาก้า เมื่อปี ค.ศ.593
และเมืองนี้ได้กลายมาเป็นที่ตั้งสำคัญที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย ในปี ค.ศ. 645 จักรพรรดิ Kotoku
ได้ย้ายเมืองหลวงจาก Asuka (Nara) มาที่ Osaka เขาได้สร้างพระราชวัง Naniwanomiya ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุด
ในประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่ารัฐบาลแห่งชาติต่อมาได้ย้ายไปที่ Nagaoka-kyo ( Kyoto) และย้ายไป Heija-kyo (The city of Nara)
และต่อมาได้ย้ายไปที่ Heian-kyo (Kyoto) และย้ายไปที่ Kamakura โดยสุดท้ายได้ย้ายไปที่ Edo (Tokyo)
เมืองโอซาก้ายังคงเป็นเมืองที่มีความสำคัญรองลงมาจากเมืองหลวง และมีบทบาทสำคัญที่เป็นเสมือนประตูทางเข้าแห่งวัฒนธรรม
และการค้าของชาวต่างประเทศ
